Thai TH English EN
ภาพปกบทความ keyhole garden

วิธีปลูกผักปลอดสารพิษแบบ Keyhole garden

เทรนด์รักษ์โลกและรักสุขภาพ ยังคงเป็นกระแสที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากคนยุคใหม่ตระหนักได้แล้วว่า สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีนั้นมักได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาสิ่งแวดล้อม หากสิ่งแวดล้อมดี แน่นอนว่า ย่อมส่งผลให้สุขภาพของผู้คนในสังคมดีตามไปด้วย ในเรื่องของอาหารการกินเองก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นเดียวกัน หลายคนยอมจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่ออาหารที่ ‘คลีน’ มากขึ้น แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าหากคุณสามารถดูแลสุขภาพของคุณเองได้ตั้งแต่ในรั้วบ้านด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษ ไปพร้อมๆ กันกับการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยการลดปริมาณขยะด้วยการนำมาทำปุ๋ยหมักได้ด้วยตัวคุณเอง และนี่คือวิธีการปลูกผักปลอดสารพิษที่นักปลูกผักจากทั่วโลกให้ความสนใจ ซึ่งเราเรียกกันว่า “Keyhole garden” มาดูกันดีกว่าว่า คืออะไร เริ่มต้นทำอย่างไร และใช้อะไรในการทำบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลย

Keyhole garden คืออะไร?

Keyhole garden คือ เทคนิคการปลูกผักปลอดสารพิษวิธีหนึ่ง โดยการทำแปลงผักแบบผสมผสานที่ปลูกผักกับทำที่หมักปุ๋ยไว้ด้วยกัน และด้วยหน้าตาของแปลงที่เหมือนกับรูกุญแจเลยทำให้ถูกเรียกว่า Keyhole garden ซึ่งการปลูกผักในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมมากในทวีปแอฟริกาที่มีภูมิประเทศแห้งแล้งและขาดแคลนอาหาร เนื่องจากการทำ Keyhole garden ช่วยทำให้พวกเขามีผักปลอดสารพิษไว้ปรุงอาหารได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

หลักการทำงานของ Keyhole garden 

สำหรับการทำงานของ Keyhole garden จะเป็นการให้ปุ๋ยหมักแก่ผักได้โดยไม่ต้องเสียแรงและเวลาในการมานั่งทำเองทุกวัน แต่ลงแรงทีเดียวด้วยการทำแปลงที่มีท่อหรือหลุมปุ๋ยหมักไว้ตรงกลาง คุณสามารถนำเศษอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ข้าว เเละใบไม้ หากมีเศษเปลือกไข่ เเละเปลือกหอยก็ทุบให้ละเอียดก่อนนำมาหมัก ด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม แล้วปิดปากท่อด้วยผ้าบางกันแมลงเข้าไว้ประมาณ 1 เดือน ในระหว่างนั้นเศษอาหารจะค่อยๆ ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมัก และผักจะทำการดูดปุ๋ยหมักจากท่อในดินไปใช้ในการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรกะระยะเวลาในการปลูกผักให้สัมพันธ์กันด้วย หรือจะใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยก็ร่นระยะเวลาให้พอดีกับการเจริญเติบโตของผักที่ปลูกก็ได้เช่นกัน

ประโยชน์ของ Keyhole garden

นอกจากจะเป็นวิธีการปลูกผักปลอดสารพิษที่ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ผักที่คุณกินทุกวันนั้นปลูกขึ้นมาด้วยปุ๋ยธรรมชาติแล้ว การทำ Keyhole garden ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีก เช่น 

  • การกำจัดขยะสดในครัวเรือน เพราะปุ๋ยที่นำมาใช้ปลูกผักนั้นมาจากเศษอาหารต่างๆ เศษผัก ผลไม้ ในครัวเรือน โดยคุณสามารถนำมากำจัดทิ้งลงในหลุมหรือท่อปุ๋ยหมักที่อยู่บริเวณตรงกลางได้เลย โดยน้ำหมักต่างๆ ที่เกิดจากในหลุมจะกลายเป็นปุ๋ยให้ผักในหลุมได้เลยในทันที ซึ่งนี่ถือเป็นการช่วยลดปริมาณขยะให้กับโลกได้อีกทางหนึ่งด้วย
  • ช่วยลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากการปลูกผักปลอดสารพิษแบบ Keyhole garden ใช้น้ำน้อย โดยรดน้ำแค่ในส่วนของท่อปุ๋ยหมักแล้วน้ำจะกระจายไปยังแปลงดินก็เพียงพอสำหรับการดูแลผักในหลุมทั้งหมด แถมยังทำขึ้นมาได้จากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ จึงไม่ใช้ค่าใช้จ่ายในการทำแปลงมา แถมลดค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อผักมาประกอบอาหารได้อีกด้วย
  • กลายเป็นของตกแต่งสวน ด้วยรูปร่างแปลกตาจึงกลายเป็นของตกแต่งสวนได้อย่างสวยงามและลงตัว
  • ประหยัดพื้นที่และเวลาในการปลูกผักสวนครัว เมื่อเทียบกันแล้ว การปลูกผักแบบ Keyhole garden ใช้พื้นที่น้อยมากสำหรับการทำแปลงผัก เพื่อปลูกไว้กินสำหรับครอบครัว 4-5 คน และยังใช้เวลาในการดูแลน้อย จึงเหมาะสำหรับคนไม่มีเวลา แต่ต้องการปริมาณผักไว้สำหรับบริโภคที่เพียงพอต่อทั้งครอบครัว

ส่วนประกอบของ  Keyhole garden

แปลงสำหรับปลูกผักปลอดสารพิษ

ตัวแปลงควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 180 เซนติเมตร (ไม่ควรกว้างกว่านี้) และสูง 30 เซนติเมตร ขึ้นไป เพื่อที่จะใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องก้มปลูกหรือก้มเก็บผัก พร้อมทั้งทำทางเข้ากว้างประมาณ 60 เซนติเมตรเอาไว้ด้วย

วัสดุสำหรับทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ

สำหรับวัสดุที่นำมาทำแปลงสามารถใช้วัสดุที่อยู่รอบตัวมาใช้ได้  แต่อายุการใช้งานก็สั้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญในการเลือกวัสดุทำแปลง Keyhole garden ที่ความแข็งแรงและความสามารถเก็บความชื้นในแปลงไว้ได้นาน เช่น  ก้อนหิน อิฐมอญ เป็นต้น

ดินปลูกผักปลอดสารพิษ

ให้เตรียมดินสำหรับปลูกผัก โดยใส่ดินตรงกลางแปลงให้สูงกว่าปลายแปลงลักษณะเป็นเนินดิน และรดน้ำให้ชุ่มแล้วทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ก่อนย้ายกล้าผักลงปลูก

ท่อหรือหลุมปุ๋ยหมัก

บางคนอาจจะเรียกว่า รูกุญแจ ซึ่งเป็นรูตรงกลางของแปลงที่ใช้สำหรับใส่เศษอาหารจากครัวเรือนทำเป็นปุ๋ยหมักให้ผักในแปลง สามารถทำได้จาก ตะแกรงเหล็ก ไม้ไผ่ หรือแผงตาข่าย ที่ค่อนข้างแข็งแรง และนำมาดัดให้เป็นรูปวงกลม สูงประมาณ 90 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันสัตว์เข้ามาตะกุย

เศษวัสดุรองก้นแปลง

เป็นวัสดุที่ใช้สำหรับรักษาความชื้นให้อยู่ในแปลงไม่ไหลลงพื้นดินชั้นล่าง เช่น เศษอิฐ ก้อนหิน เศษกิ่งไม้ โดยนำมาวางรองก้นแปลงชั้นล่างให้เรียบร้อย

วิธีทำแปลงผักแบบ Keyhole garden

1. เตรียมพื้นที่สำหรับปลูกผักปลอดสารพิษ โดยวางแปลงไว้ในตำแหน่งที่โดนแดดเต็มวัน หรืออย่างน้อยครึ่งวัน หลังจากนั้นวัดพื้นที่เป็นวงกลมโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 ฟุต และใช้จอบเกลี่ยดินเพื่อกำจัดวัชพืชออก เพื่อปรับดินให้เรียบ

2. เว้นที่ตรงกลางเพื่อทำเป็นทางเข้ารูปสามเหลี่ยมมีปลายแหลมไปยังจุดศูนย์กลางแปลง ความกว้างของทางเข้าประมาณ 60 เซนติเมตร โดยรูปร่างที่ได้จะต้องออกมาเหมือนกับชิ้นเค้กที่ถูกตัดแบ่งออกไป

3. ทำหลุมหรือท่อบริเวณกลางแปลงโดยการปักไม้แล้วนำแผ่นตะแกรงลวด หรือวัสดุอื่นๆ มาล้อมไว้สำหรับเป็นส่วนรูกุญแจ หรือช่องใส่เศษพืชผักเพื่อหมักเป็นปุ๋ยให้แปลงพืช และอย่าลืมกะให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต สูงประมาณ 3-4 ฟุต

4. ก่อแปลงให้เป็นรูปวงกลมโดยการปักไม้ลงเป็นแกนเพื่อทำให้เห็นรูปร่างชัดเจน แล้วหลังจากนั้นก็ทำการก่อกำแพงขึ้นมาโดยใช้หิน ใช้อิฐ ใช้ไม้ หรือวัสดุอื่นๆ ที่สามารถหาได้มาล้อมให้ได้ความสูงประมาณ 40-45 เซนติเมตร หรือตามต้องการ

5. ใส่เศษไม้ กรวดหิน อิฐแตก รองก้นกระบะ และก้นรูกุญแจ เพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้ดี

6. ใส่ดินที่เพิ่มธาตุอาหารต่างๆ หรือให้ปุ๋ยชีวภัณฑ์แล้วลงให้แปลง และควรที่จะใส่ดินให้ดินตรงกลางสูงกว่าตรงปลายแปลงเข้าไว้ เพื่อให้ดินมีลักษณะลาดลงไปยังนอกแปรง

7. หากมีเศษใบไม้ในสวน เศษผักหรือเปลือกผลไม้ให้ใสลงในท่อตรงกลางแปลง แต่อย่าใส่เศษอาหารอื่นๆ หรือเนื้อสัตว์ลงไป เพราะอาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่า และมีสัตว์เข้ามาตะกุยหากินได้

8. รดน้ำให้ชุ่ม ทั้งบริเวณดินในแปลง และในท่อตรงกลาง ทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์

9. จากนั้นเริ่มลงมือปลูกผักลงแปลงได้ โดยแปลงผักอาจจะทำการแบ่งออกเป็นส่วนๆ ให้ผักมีความหลากหลายและใช้เวลาเติบโตที่ต่างกัน เพื่อทำให้คุณสามารถเก็บผักเหล่านี้กินได้ตลอดปีนั่นเอง

Add LINE friend
เพื่อปรึกษาโรคพืชฟรี!

เพิ่มเพื่อน

บทความยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง